ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

กองสุขศึกษา

สำนักงานทันตสาธารณสุข

กองควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข

อย.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุข

รัฐบาลไทย

สถิติ

ผู้ชมวันนี้ :

ผู้ชมเมื่อวานนี้ :

ผู้ชมเดือนที่แล้ว :

ผู้ชมทั้งหมด :


มะเร็งกล่องเสียง


มะเร็งกล่องเสียง
หมายถึง  มะเร็งที่เกิดขึ้นที่ลิ้นเปิด – ปิด กล่องเสียงส่วนที่อยู่เหนือและต่ำกว่าสายเสียง
สาเหตุ
1. ร่างกายได้รับสารต่าง ๆ ที่ระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อบุกล่องเสียงเป็นเวลานาน  เช่น  การสูบบุหรี่จัดการดื่มสุราเป็นประจำ
2. การสูบบุหรี่ร่วมกับการดื่มสุราจะเพิ่มอัตราการเกิดมะเร็งกล่องเสียงมากขึ้น
3. พบในคนที่มีกล่องเสียงอักเสบบ่อย ๆ
4. การใช้เสียงมากผิดปกติบ่อย ๆ
5. การสูดดมสารเคมี  ฝุ่นละอองสู่ทางเดินหายใจจากโรงงานอุตสาหกรรมและอาชีพงานไม้
 อาการและอาการแสดง
1. เสียงแหบเป็นส่วนใหญ่
2. บางคนจะมีอาการรู้สึกเจ็บหรือร้อนในคอเป็น เวลานานคล้ายก้างติดคอ
3. ไอ  สำลักบ่อย
4. กลืนอาหารและน้ำลำบาก กลืนเจ็บ
5. น้ำหนักตัวลด ผอม
6. หายใจลำบาก จากก้อนมะเร็งโตขึ้น
7. ถ้ามะเร็งแพร่กระจายไปจะคลำได้ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโต
การวินิจฉัย
ที่ถูกต้องแม่นยำคือ  การส่องคอและตัดชิ้นเนื้อตรวจ  รอฟังผลประมาณ  1 – 2 สัปดาห์
แนวทางการรักษา
ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคมะเร็งกล่องเสียงแบ่งออกดังนี้
1. การผ่าตัด  ทำได้  2  วิธีคือ
1.1 การผ่าตัดเอากล่องเสียง
ออกบางส่วนแล้วแต่ว่ามะเร็งจะอยู่ส่วนใด ทำในรายที่เป็นระยะแรก  หลังผ่าตัดจะพูดออกเสียงได้  มีท่อหลอดลมช่วยหายใจ
1.2 เป็นการผ่าตัดเอากล่องเสียง
ออกทั้งหมดรวมทั้งกล้ามเนื้อ  ดังนั้นจะมีรูที่เจาะถาวรไว้ที่คอ  เพื่อเป็นทางผ่านลมหายใจตลอดชีวิต
2. การฉายรังสีรักษาเพื่อให้โรค
หาย กรณีที่มะเร็งยังแพร่กระจายไม่มาก  หรือประคับประคองชีวิตไว้กรณีที่เป็นมาก
3. การผ่าตัดร่วมกับการฉายรังสีรักษา
4. การผ่าตัดร่วมกับเคมีบำบัด
5. การรักษาแบบพยุงอาการในกรณีมะเร็งกล่องเสียงระยะสุดท้ายที่มีการแพร่ไปสู่อวัยวะอื่น ๆ
การเตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัด
1. ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจเลือด  จองเลือด เอกซเรย์  ตรวจไฟฟ้าหัวใจ  ให้เรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด
2. ทำความสะอาดร่างกาย สระผม  ตัดเล็บให้สั้น  เช็ดสีทาเล็บออก
3. พยาบาลแจ้งงดน้ำ – งดอาหารหลังเที่ยงคืนหรือตามคำสั่งการรักษาของแพทย์
4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
5. เช้าวันผ่าตัดผู้ป่วยต้องถอดเครื่องประดับทุกชนิด  ฟันปลอม  ผู้หญิงถอดชุดชั้นในให้เรียบร้อย  บางรายอาจต้องใส่สายสวนปัสสาวะไว้
 การดูแลและปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด
1. นอนศีรษะสูงเพื่อให้หายใจสะดวก  ไม่ตึงแผล
2. มีท่อหลอดลมคอต้องหายใจผ่านทางนี้  ถ้ามีเสมหะมากพยาบาลจะช่วยดูดเสมหะในหลอดคอและในปากในช่วง  3  วันแรก  หลังจากนั้นให้ฝึกไอขับเสมหะออกเอง
3. แผลหลังผ่าตัดจะพันด้วยผ้าพันแผลรอบคอมีสายยางระบายเลือดต่อจากแผล
4. วันแรกหลังผ่าตัดแพทย์จะงดน้ำและอาหารจะมีสายยางให้อาหารผ่านทางจมูก  วันที่สองเริ่มให้อาหารทางสายยางจนถึง  14  วัน  ห้ามรับประทานอาหารทางปากเด็ดขาด จนกว่าแพทย์จะแน่ใจว่าไม่มีรอยรั่วจากแผลผ่าตัดจึงจะเอาสายยางให้อาหารออก
5. ผู้ป่วยหลังผ่าตัดจะได้รับยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวดลดไข้ทุกราย
6. ให้ทำความสะอาดปากฟัน และบริเวณผ่าตัดแผลเจาะคออยู่เสมอ
7. หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะพูดไม่มีเสียงญาติต้องเตรียมกระดาษและปากกาให้ผู้ป่วยสำหรับเขียนติดต่อสื่อสาร
8. ถ้าผู้ป่วยจำเป็นต้องรักษาต่อแพทย์จะส่งตัวไปศูนย์ควบคุมและป้องกันมะเร็ง จังหวัดอุบลราชธานี
คำแนะนำก่อนกลับบ้าน
1. การดูแลท่อหลอดลมคอ  การถอดล้างทำความสะอาดให้ปฏิบัติเหมือนอยู่โรงพยาบาล
2. การป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้ารูเจาะคอโดยเฉพาะฝุ่น  เศษผง  สเปรย์ฉีดผม  ป้องกันโดย
- ใช้ผ้าพันคอบาง ๆ  ปิดรูเจาะคอไว้ตลอดเวลา
- ใส่เสื้อคอตั้ง  ผูกเน็คไท
- เวลาอาบน้ำระวังมากเป็นพิเศษเพราะน้ำจะไหลเข้ารูเจาะคอ  เข้าปอดทำให้ปอดอักเสบได้  ห้ามอาบน้ำฝักบัวเด็ดขาด
3. กิจกรรมต่าง  ๆ  สามารถทำได้เหมือนก่อนผ่าตัดแต่จะหย่อนความสามารถบ้าง  เช่น  ยกของหนักไม่ได้  ไหล่คอข้างที่ผ่าตัดเอียงและเอี้ยวคอลำบาก  คอจะแข็ง  การบริหารกล้ามเนื้อส่วนคอจะช่วยลดการหดรั้งได้บ้าง
4. งดดื่มสุรา  และสูบบุหรี่เด็ดขาด
5. การฝึกพูดสามารถทำได้เมื่อแผลผ่าตัดหายดี
6. สังเกตอาการผิดปกติที่ต้องมาตรวจ  เช่นมีไข้  คอบริเวณผ่าตัดบวมแดง  มีเลือดออกที่รูเจาะ  คอ  ไอมาก  กลืนลำบาก  มีก้อนที่คอด้านใดด้านหนึ่ง
7. ควรมีบัตรประจำตัวติดไว้กับตัวตลอดเวลา
8. ต้องรับประทานยาตามที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ตามคำแนะนำการใช้ยา
9. ควรมาตรวจตรงตามแพทย์นัดทุกครั้ง  และตรวจติดตามการเกิดมะเร็งเป็นระยะ ๆ เช่น  ทุก 6  เดือน  หรือ  1  ปี

   การป้องกันการเกิดมะเร็งกล่องเสียง
1. เลิกสูบบุหรี่และดื่มสุราเด็ดขาด
2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  สูดอากาศบริสุทธิ์ ระวังฝุ่น  สารเคมี  ที่ทำให้ระคายเคืองทางเดินหายใจ  และกล่องเสียง
3. หากพบว่ามีอาการเสียงแหบ  เจ็บในคอเรื้อรังหาสาเหตุไม่ได้  กลืนลำบาก  ไอมีเสมหะเหนียวติดคอ  ผอมลง  ควรรีบไปตรวจก่อนที่โรคจะลุกลาม