ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

กองสุขศึกษา

สำนักงานทันตสาธารณสุข

กองควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข

อย.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุข

รัฐบาลไทย

สถิติ

ผู้ชมวันนี้ :

ผู้ชมเมื่อวานนี้ :

ผู้ชมเดือนที่แล้ว :

ผู้ชมทั้งหมด :


ทำอย่างไรไม่ให้เจ็บเมื่อเข้าผ่าตัด


วิธีที่จะทำให้ท่านไม่เจ็บปวดและคลายความวิตกได้โดยวิสัญญีแพทย์หรือวิสัญญีพยาบาลจะเป็นผู้ให้ยาระงับความรู้สึก  หรือยาระงับปวดแก่ท่าน  โดยเลือกวิธีการให้ยาระงับความรู้สึกจาก
- ความเหมาะสมของการผ่าตัด
- ปัญหาเกี่ยวกับโรคประจำตัวของผู้ป่วย
- ปัญหาเกี่ยวกับการได้รับยาระงับความรู้สึกในครั้งก่อน
- ความสมัครใจของผู้ป่วยโดยยึดหลักความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญท่านจะได้รับความดูแลเอาใจใส่เป็น
อย่างดีตลอดเวลาที่ผ่าตัด      จากทีมงานที่มีความชำนาญพิเศษ   ของกลุ่มงานวิสัญญีวิทยา 
รพ.สรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี
มีหลายวิธีดังนี้…
1. การให้ยาชาเฉพาะที่  โดยการฉีดยาชาบริเวณที่ผ่าตัด  จะทำให้ท่านรู้สึกชาและไม่เจ็บปวดบริเวณนั้นซึ่งจะใช้ในการผ่าตัดเล็กน้อยเมื่อเสร็จผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้ หรืออยู่ในดุลยพินิจของแพทย์
2. การให้ยาชาเฉพาะส่วน  โดยการฉีดยาชาที่เส้นประสาทเฉพาะส่วนที่ต้องการจะผ่าตัด ตามความเหมาะสมของการผ่าตัดชนิดนั้น  เช่น2.1 การฉีดยาชาเข้าช่องน้ำไขสันหลัง  จะทำให้รู้สึกชาตั้งแต่อวัยวะที่ต่ำกว่ากระบังลมลงไป  โดยที่ท่านยังรู้สึกตัวพูดคุยได้ตามปกติขณะผ่าตัด  เช่น ใช้ในการผ่าไส้ติ่ง  ผ่าตัดไส้เลื่อน  เป็นต้น
2.2 การฉีดยาชาเข้าบริเวณไหปลาร้า  ซึ่งจะทำให้ท่านรู้สึกชาทั้งแขน  สามารถผ่าตัดได้โดยสะดวกไม่เจ็บและท่านยังรู้สึกตัว  เมื่อยาชาหมดฤทธิ์ท่านจะหายเหมือนปกติ
3. การให้ยาระงับความรู้สึก  (ยาสลบ)  เป็นวิธีที่ทำให้ท่านหลับไม่รู้สึกตัวและไม่เจ็บตลอดการผ่าตัด  วิธีนี้ใช้ได้กับการผ่าตัดทุกส่วนของร่างกายทั้งผ่าตัดเล็กและผ่าตัดใหญ่  ยาสลบมี  2  ชนิดคือ
3.1 ยาสลบชนิดสูดดม  โดยผ่านทางหน้ากากหรือท่อช่วยหายใจ
3.2 ยาสลบชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ
   
วิสัญญีแพทย์หรือวิสัญญีพยาบาลจะซักถามประวัติการเจ็บป่วยของท่าน และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวดังนี้…
1. ท่านมีโรคประจำตัวอะไรบ้าง  ? โปรดบอกให้ละเอียด  เช่น   โรคหอบหืด   โรคเบาหวาน  ความดันโลหิตสูง  โรคปอด   โรคตับ   โรคไต  โรคเลือด  โรคภูมิแพ้  โรคทางพันธุกรรม  และเคยได้รับการรักษาอย่างไร ?  ยาที่รับประทานเป็นประจำมีอะไรบ้าง
2. ท่านเคยผ่าตัดอะไรบ้าง ? ได้รับยาสลบวิธีไหน ? มีผลข้างเคียงหรือไม่ ? อย่างไร ?
3. ท่านเคยแพ้ยาอะไร ?  เคยแพ้อาหารหรือแพ้อย่างอื่นหรือไม่ ?
4. งดสูบบุหรี่  หรืองดดื่มสุรา  ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 - 4 สัปดาห์
5. ถ้ามีประจำเดือนในวันทำผ่าตัด  ต้องรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ  อาจทำให้เลือดออกมากกว่าปกติได้
6. ในผู้ใหญ่ต้องงดน้ำ และอาหารทุกชนิดก่อน ผ่าตัด  8  ชม. เพื่อป้องกันการอาเจียนและ สำลักอาหารเข้าหลอดลมขณะหลับ
ผู้ป่วยเด็กอายุ 0–6 เดือน งดก่อนผ่าตัด 4 ชม.  อายุ ½ - 3 ปี     งดก่อนผ่าตัด 6 ชม.         อายุมากกว่า 3 ปี  งดก่อนผ่าตัด  6 ชม.
7. เตรียมอุปกรณ์และของใช้ประจำตัวมาให้พร้อม
8. ทำความสะอาดร่างกายและบริเวณที่จะผ่าตัด  เช่น อาบน้ำ  สระผม  ตัดเล็บ  ถอดฟันปลอม  ถอดเครื่องประดับทุกชนิดหรือโลหะที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า  ถอดของมีค่าให้ญาติรับผิดชอบ
9. ควรหลับพักผ่อนให้เพียงพอทำจิตใจให้สงบ  ไม่ควรวิตกกังวลใด ๆ ควรทำสมาธิเพื่อคลายเครียด
10. เซ็นใบยินยอมผ่าตัด  ในผู้ป่วยเด็กต้องให้บิดามารดาเซ็น
11. ฝึกหายใจเข้า – ออกแรง ๆ  ลึก  เพื่อบริหารปอด และป้องกันอาการแทรกซ้อนทางปอดหลังการผ่าตัด
12. ฝึกการไออย่างมีประสิทธิภาพดังนี้
 ใช้มือกุมหน้าท้องหรือบริเวณแผลผ่าตัด
 สูดหายใจเข้าเต็มที่
 ไอออกมาให้เต็มที่  โดยใช้กล้ามเนื้อส่วน
หน้าอกและลำคอ  ไม่ควรใช้กล้ามเนื้อหน้าท้อง  เพราะจะทำให้เจ็บแผลผ่าตัดมากขึ้น และเสมหะออกได้น้อย