ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

กองสุขศึกษา

สำนักงานทันตสาธารณสุข

กองควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข

อย.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุข

รัฐบาลไทย

สถิติ

ผู้ชมวันนี้ :

ผู้ชมเมื่อวานนี้ :

ผู้ชมเดือนที่แล้ว :

ผู้ชมทั้งหมด :


โรคต่อมธัยรอยด์โต (คอพอก)


โรคต่อมธัยรอยด์โต (คอพอก)
 ตำแหน่งตั้งอยู่บริเวณคอใต้กล่องเสียง  ประกอบด้วย 2  กลีบ ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนที่สำคัญของร่างกาย
หน้าที่
 ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต และพัฒนาการทางด้านจิตใจความผิดปกติแบ่งเป็น
ต่อมธัยรอยด์โตชนิดธรรมดาหรือคอพอกธรรมดา  คือ  จะไม่มีอาการแสดงใด ๆ  ยกเว้นมีก้อนที่คอโตมากจะกดหลอดอาหารหรือหลอดลม ทำให้กลืนลำบาก  หายใจลำบาก  ไอ
สาเหตุ
 -  ขาดสารไอโอดีน    พบในผู้ที่รับประทานอาหารทะเลน้อย หรือรับประทานจำพวก  ผักดิบ  กระหล่ำปลี หัวผักกาด  ถั่วเหลือง  สตรอเบอรี่
 - เกิดในวัยรุน  หญิงมีครรภ์  หญิงให้นมบุตร
 - ความผิดปกติทางพันธุกรรม
การรักษา
1. รักษาด้วยยาประเภทไอโอดีนเพื่อทดแทนที่ขาด
2. รักษาด้วยการผ่าตัดกรณีไม่ตอบสนองต่อยา
ต่อมธัยรอยด์หรือคอพอกเป็นพิษ  คือ ต่อมทำงานมากเกินไปทำให้ผลิตฮอร์โมนออกมามาก
อาการ
- คอโต  ตาโปน
- เหนื่อย  ใจสั่น  หัวใจเต้นแรงและเร็ว
- หิวบ่อย  กินจุ  หงุดหงิดง่าย  ขาดสมาธิ
- ตกใจง่าย
- ถ้าก้อนโตมากจะกดหลอดลม  หลอดอาหารทำให้หายใจไม่สะดวก  กลืนไม่สะดวก
การรักษา
1. รักษาด้วยยาต้านการทำงานของต่อม ธัยรอยด์
2. รักษาด้วยการผ่าตัด
3. รักษาด้วยน้ำแร่ (กัมมันตภาพรังสี)
มะเร็งต่อมธัยรอยด์   ส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงมาจากคอพอกธรรมดาไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาด้วยยาแล้วก้อนไม่ยุบแล้วปล่อยทิ้งไว้มากกว่า 10 ปีขึ้นไปมีโอกาสเป็นมะเร็งได้
อาการ
 ก้อนโตขึ้นอย่างรวดเร็ว กลืนลำบาก  หายใจลำบาก  เสียงแหบ  มีก้อนขึ้นข้างคอ  ปวด
การรักษา
1. รักษาด้วยการผ่าตัด
2. รักษาด้วยการฉายแสง
3. รักษาด้วยน้ำแร่  (กัมมันตภาพรังสี)
4. รักษาด้วยการผ่าตัดร่วมกับฉายแสงหรือ  ผ่าตัดร่วมกับกินน้ำแร่ข้อบ่งชี้ของการผ่าตัด ก้อนโตมากรับประทานยาแล้วก้อนไม่ยุบ
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
1. ทำความสะอาดร่างกายทั่วไป  อาบน้ำ  สระผม  ตัดเล็บให้สั้น  เช็ดสีเคลือบเล็บออก  โกนหนวดเครา
2. เจาะเลือดตรวจ จองเลือด เอกซเรย์  ตรวจคลื่นหัวใจให้เรียบร้อย
3. งดน้ำและอาหารหลังเที่ยงคืน
4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
5. ก่อนไปห้องผ่าตัดให้ถอดชุดชั้นใน ฟันปลอม  เครื่องประดับให้เรียบร้อย
6. พยาบาลจะให้น้ำเกลือเช้าวันผ่าตัด
การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด
1. ให้นอนราบจนกว่าจะฟื้นดี  แล้วให้นอนศีรษะสูงเล็กน้อย
2. หลังจากฟื้นดีแล้วไม่มีคลื่นไส้อาเจียนให้ลองจิบน้ำ  ต่อจากนั้นให้ดื่มนมได้  เมื่อไม่เจ็บคอให้รับประทานอาหารอ่อนจำพวกโจ๊ก  ข้าวต้มได้
3. ถ้าปวดมาก  หรือคลื่นไส้อาเจียนให้แจ้งพยาบาลทราบเพื่อให้ยา
4. สังเกตอาการผิดปกติที่ต้องแจ้งพยาบาลทราบ คือ
- ชาใบหน้า  แขน-ขา หรือจีบ เกร็งตามปลายมือ-ปลายเท้า
- หายใจลำบาก กลืนลำบาก
- กระวนกระวาย ใจสั่น
- มีเลือดออกที่แผลผ่าตัดมากผิดปกติ
5. หลังผ่าตัดวันที่  2  ให้ลุกนั่งโดยตะแคงตัวข้างใดข้างหนึ่ง  ใช้มือค้ำยันลุกขึ้น  หลีกเลี่ยงการลุกท่านอนหงาย
6. บริหารคอโดยการหันซ้าย - ขวา  ช้า ๆ  ระวังเวียนหน้า
7. ระวังไม่ให้แผลถูกน้ำ  อาบน้ำได้ปกติ
8. แผลหลังผ่าตัดจะดึงไหมให้วันที่  5  หรือตัดไหมให้วันที่  7  หลังผ่าตัด  ผู้ป่วยจะนอนโรงพยาบาลประมาณ
3-5 วัน  ถ้าไม่มีอาการผิดปกติ
การปฏิบัติตัวเมื่อกลับไปอยู่บ้าน
1. แผลหลังผ่าตัดห้ามถูกน้ำจนกว่าจะตัดไหมเรียบร้อย
2. รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือพยาบาล  ห้ามหยุดยาเองกรณีที่ผ่าตัดต่อมธัยรอยด์ออกทั้งหมด
3. รับประทานอาหารได้ทุกชนิดไม่มีข้อห้าม
4. หลังผ่าตัด  2  สัปดาห์สามารถทำงานได้ตามปกติ
5. สังเกตอาการผิดปกติที่ต้องมาโรงพยาบาลก่อนนัด  คือ  แผลบวมแดง ปวด  มีก้อนขึ้นที่คอข้างใดข้างหนึ่ง   เสียงแหบร่วมกับหายใจลำบาก  ชาตาม ปลายมือ - ปลายเท้า  จีบเกร็ง
6.  ให้มาตรวจตามนัดเพื่อฟังผลชิ้นเนื้อที่ตัด ออกไปตรวจประมาณ 2  สัปดาห์ที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก
7. กรณีที่ต้องรักษาต่อแพทย์จะให้คำแนะนำหลังจากได้รับผลตรวจชิ้นเนื้อแล้ว