ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

กองสุขศึกษา

สำนักงานทันตสาธารณสุข

กองควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข

อย.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุข

รัฐบาลไทย

สถิติ

ผู้ชมวันนี้ :

ผู้ชมเมื่อวานนี้ :

ผู้ชมเดือนที่แล้ว :

ผู้ชมทั้งหมด :


คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะอัมพาตของใบหน้า


คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะอัมพาตของใบหน้า
      
การเกิดอัมพาตของใบหน้าทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถขยับกล้ามเนื้อใบหน้าซีกนั้นได้ตามปกติ  โดยส่วนใหญ่ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจนเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการติเชื้อไวรัสบางชนิด  ในกลุ่มที่ทราบสาเหตุมักเกี่ยวกข้องกับการแตกหักของกระโหลกศีรษะจากศีรษะจากอุบัติเหตุ  การผ่าตัด  โรคหู  ภาวะแทรกซ้อนจากโรคหูน้ำหนวก      การติดเชื้องูสวัด   ส่วนสาเหตุจากเนื้องอกพบได้น้อย  การดูแลรักษาจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค  แพทย์อาจให้ผู้ป่วยรับประทานยา  ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัสหรืออาจพิจารณาผ่าตัดในบางราย ขึ้นกับสาเหตุนั้น  ๆ
ข้อแนะนำในการปฏิบัติตนของผู้ป่วยที่มีภาวะอัมพาตของใบหน้ามีมีดังนี้
1. ดูแลดวงตา  อาจมีน้ำตาน้อยลง  หนังตาปิดไม่สนิท ทำให้เกิดภาวะตาแห้ง  อักเสบ  มีแผลเป็นที่กระจกตา  ทำให้การมองเห็นเสื่อมลง  ดังนั้นควรจะ
    - สวมแว่นตาเพื่อกันฝุ่นและลมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องออกนอกบ้านหรือขับขี่ยานพาหนะ
    - หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยสบู่  ขณะเช็ดหน้าหรือล้างหน้าควรระวังไม่ให้น้ำไหลเข้าตา
   - ในเวลากลางวัน  หากตาแห้งแพทย์อาจให้น้ำตาเทียมหยอดตาวันละ  3 – 4  ครั้ง  ก่อนนอนควรใช้ขี้ผึ้งป้ายตาหากตายังปิดไม่สนิทควรใช้ผ้าก๊อซสะอาดปิดทับด้วยพลาสเตอร์
   - หมั่นล้างมือให้สะอาดหลีกเลี่ยงการเช็ดหรือขยี้ตา  เมื่อรู้สึกเคืองหรือแสบตาให้ใช้นิ้วเขี่ยหนังตาบนลงเบา ๆ
   - กรณีที่ปิดตาไม่สนิทแพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาอื่นเพิ่มเติม  เช่น  เย็บปิดที่มุมหางตาบางส่วน
2. บริหารกล้ามเนื้อใบหน้า     ควรสังเกตการขยับของใบหน้าข้างที่เป็นอัมพาตทุกวัน         โดยมองกระจกและขยับใบหน้า
ทีละส่วน      ได้แก่     การยักคิ้ว    หลับตาปี๋ ย่นจมูก    ผิวปาก     เป่าลมให้แก้มป่อง    ยิงฟัน   แสยะยิ้ม      ซึ่งจะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า    ควรทำบ่อย  ๆ  อย่างน้อยวันละ  2  ครั้ง
3. ดูแลกล้ามเนื้อใบหน้า  โดย  
   - ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาดวางบนใบหน้าจนผ้าเริ่มเย็น
   - นวดใบหน้าแต่ละส่วนด้วยปลายนิ้วมือที่หน้าผาก  รอบดวงตา  แก้ม  คาง  และลำคอ
4. ระมัดระวังไม่ให้เกิดการบาดเจ็บบริเวณศีรษะ  โดยการสวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัดนิรภัย    ไม่เสพสารเสพติดหรือของมึนเมาขณะขับขี่ยานพาหนะ    เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายซ้ำเติม
5.  ควรรักษาสุขภาพทั่วไปให้สมบูรณ์  โดยการรับประทานอาหารครบหมู่  ออกกำลังกาย  พักผ่อน  นอนหลับให้เพียงพอ
6.  ควรมาพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอตามกำหนดนัด  เพื่อแพทย์จะได้ดูแลรักษาและให้คำแนะนำ  หากมีอาการผิดปกติก่อนแพทย์นัด  เช่นขยับใบหน้าได้น้อยลง  แสบตา/ตามัว    มีอาการวิงเวียนศีรษะหมุนโคลงเคลง     การได้ยินเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว  ควรรีบปรึกษาหรือมาพบแพทย์
7.  วิธีการรักษาอื่น  ๆ  ยังไม่มีการยืนยันว่าช่วยให้ภาวะอัมพาตของใบหน้าหายได้  เช่น  การใช้ยาบำรุง  การฝังเข็มการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า  เป็นต้น