ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

กองสุขศึกษา

สำนักงานทันตสาธารณสุข

กองควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข

อย.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุข

รัฐบาลไทย

สถิติ

ผู้ชมวันนี้ :

ผู้ชมเมื่อวานนี้ :

ผู้ชมเดือนที่แล้ว :

ผู้ชมทั้งหมด :


เมื่อเด็กมีไข้


 อุณหภูมิร่างกายปกติอยู่ในช่วงระหว่าง 36.5 - 37.5  องศาเซลเซียส  ถ้าอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ จะรู้สึกว่าเด็กตัวร้อน เมื่อสัมผัสและเด็กจะรู้สึกไม่สบายตัวบางรายอาจจะร้องกวน  ใบหน้าและริมฝีปากแดง เป็นต้น  อาการเหล่านี้ แสดงว่าเด็กกำลังมีไข้
 ไข้ เป็นอาการที่แสดงถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในร่างกาย โดยที่ร่างกาย
พยายามปรับตัวเพื่อเป็นการป้องกันและขจัดสิ่งที่เป็นอันตรายโดยการเพิ่มอุณหภูมิร่างกายให้สูงขึ้น
สาเหตุของการมีไข้
 
1. จากปัจจัยที่มีผลกระทบต่อศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เช่น การได้รับสารพิษการได้รับการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ  การผ่าตัดการติดเชื้อการตื่นเต้นมากๆเป็นต้น
   2.  การเกิดและการถ่ายเทความร้อน ของร่างกายที่ผิดปกติ เช่น การห่อหุ้มร่างกายเด็กด้วย เสื้อผ้าหรือ เครื่องนุ่งห่มที่หนาเกินไป หรือ อากาศที่ร้อนจัด เป็นต้น
  3.   จากสาเหตุอื่นๆเช่น โรคภูมิแพ้, การแพ้เซรุ่มต่าง ๆ หลังฉีดวัคซีน เป็นต้น
 อาการที่แสดงเด็กมีไข้
1. สัมผัสบริเวณหน้าผาก ซอกคอ รักแร้  และขาหนีบ รู้สึกร้อนผิดปกติ
2. จากการใช้ปรอทวัดอุณหภูมิ ร่างกาย  พบว่า 
3   ถ้าวัดทางทวารหนัก
อุณหภูมิสูงเกิน 38 องศาเซลเซียส
4   ถ้าวัดทางปาก
อุณหภูมิสูงเกิน 37.8 องศาเซลเซียส
5   ถ้าวัดทางรักแร้
อุณหภูมิสูงเกิน 37.2 องศาเซลเซียส
  เด็กจะซึมมากกว่าปกติ  ไม่เล่นเหมือน เดิมใช้เวลาในการนอนนานกว่าปกติบางรายจะมีใบหน้าและริมฝีปากแดง หน้าตาไม่สดชื่น
  1. การร้อง  ถ้าเด็กมีไข้สูงไม่มากจะร้องให้สะอึกสะอื้น แต่ถ้าไข้สูงมากจะร้องเสียงเบาครวญคราง  หรือเสียงแหลมผิดปกติ
  2. ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ถ้าไข้สูงมากจะ หนาวสั่นร่วมด้วย
  3. ร่างกายจะมีภาวะขาดน้ำ สังเกตได้จาก ริมฝีปากจะแห้ง ผิวหนังจะเสียความยืดหยุ่น ในเด็กทารกจะพบกระหม่อมหน้าบุ๋ม (ถ้ายังไม่ปิด) ขอบตาลึก  แก้มตอบ  ร้องไห้ไม่มีน้ำตา และไม่ปัสสาวะเป็นเวลา นาน เป็นต้น
  4. เด็กที่มีไข้สูงมากอาจมีอาการชักได้ ตัวสั่น  หายใจเร็ว  เท้าเหยียดและเกร็ง   ตาเหลือง  บางรายน้ำลายฟูมปาก  ไม่รู้สึกตัว  ปัสสาวะ,  อุจจาระราด เป็นต้น
 การดูแลเมื่อเด็กมีไข้
  เช็ดตัวลดไข้   เพื่อระบายเอาอุณหภูมิจากร่างกายออกโดยผ่านทางเส้นเลือดใต้ผิวหนัง โดยกระแสเลือดจะเผาความร้อนภายในร่างกาย ถ่ายทอดสู่น้ำที่เราเช็ดตัว  และน้ำจะระเหยพาความร้อนออกไปอีกทีหลักในการเช็ดตัวลดไข้ใช้อ่างน้ำพร้อมน้ำก๊อกธรรมดาหรือน้ำอุ่นประมาณครึ่งอ่างแล้วนำผ้า เช็ดตัวผืนเล็ก 2-3 ผืนชุบน้ำบิดให้หมาด ๆ เช็ดตามหน้าตา  ลำตัว  บริเวณซอกคอ รักแร้ หน้าอก และขาหนีบ โดยต้องถอดเสื้อผ้าเด็กออกให้หมด  และเช็ดตัวในบริเวณที่ไม่มีลมโกรก ควรปิดพัดลมหรือแอร์ขณะเช็ดตัวเด็ก  และเช็ดไปเรื่อย ๆ จนกว่าไข้จะลดลง  ถ้าบริเวณที่ร้อนจัด เช่น ตามซอกต่าง ๆ ของร่างกาย อาจใช้ผ้าซุบน้ำ วางทิ้งไว้สักครู่ก่อน แล้วจึงเปลี่ยนผ้าผืนใหม่
 หลังการเช็ดตัวลดไข้ ควรซับส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้แห้ง  ทาแป้ง    เพื่อให้เด็กรู้สึกสบาย 
และสวมเสื้อผ้าที่ไม่หนา  เพื่อให้ความร้อนระบายได้ดี งดการห่มหรือสวมเสื้อผ้าหนา ๆ เพราะจะทำให้ความร้อนอบอยู่ ยิ่งทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอีก และเด็กอาจชักได้
 ระหว่างการเช็ดตัว ควรให้เด็กดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย
ถ้าหลังการเช็ดตัว เด็กยังมีไข้สูง   หรือตัวร้อนมาก สามารถให้ยาลดไข้ได้   เช่น    พาราเซตามอล โดยรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์  หรือเภสัชกรถ้าเด็กอาการยังไม่ดีขึ้น ควรนำเด็กไปพบแพทย์
อาหารและน้ำดื่ม   
  1. ควรให้เด็กรับประทานอาหารที่มีคุณค่าครบทุกหมู่     โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีนสูง  เพื่อช่วยสร้างเสริมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลาย  ในระยะที่มีไข้ เด็กอาจเบื่ออาหาร 
  2. ควรให้น้ำหรืออาหารอ่อน        โดยรับประทานครั้งละน้อยแต่บ่อยครั้ง  และจัดอาหารให้น่า รับประทาน เพื่อกระตุ้นให้เด็กอยากรับประทานอาหาร
  3.   การพักผ่อน เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญ  โดยจัดให้นอนในห้องที่เงียบสงบและมีอากาศถ่ายเทสะดวก
 ข้อควรระวัง
  1. เด็กที่มีไข้สูงมากอาจทำให้ชักได้ บิดา - มารดา จึงควรทำการเช็ดตัวลดไข้เมื่อพบว่าเด็กมีไข้และ ติดตามภาวะมีไข้ของเด็กตลอด  
  เพราะการเช็ดตัวลดไข้ อาจทำให้         เด็กตัวเย็นลงในช่วงระยะเวลา สั้นๆเท่านั้นแล้วกลับมีไข้สูงขึ้นมาใหม่ได้อีก
  2. การสวมเสื้อหรือห่มผ้าหนา ๆ จะทำให้ความร้อนอบอยู่ อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นและเกิดอาการชักได้  ดังนั้นจึงควรสวมเสื้อผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดีให้กับเด็ก
  3. เด็กที่มีอาการไข้สูงแล้วชัก บิดา  - มารดา  ควรป้องกันการกัดลิ้น  โดยใช้ผ้าสะอาดพันด้ามช้อนให้เด็กกัด แล้วรีบนำเด็กส่งโรงพยาบาลทันที  รวมทั้งต้องสังเกตอาการและระยะเวลาของการชักด้วย  เพื่อเป็นข้อมูลแก่แพทย์ในการวินิจฉัยโรค…