ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

กองสุขศึกษา

สำนักงานทันตสาธารณสุข

กองควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข

อย.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุข

รัฐบาลไทย

สถิติ

ผู้ชมวันนี้ :

ผู้ชมเมื่อวานนี้ :

ผู้ชมเดือนที่แล้ว :

ผู้ชมทั้งหมด :


คำแนะนำ ยาเคมีบำบัด


ยาเคมีบำบัด
    คือ  ยาหรือสารเคมีที่ใช้ในการทำลายและควบคุมเซลล์ของเนื้องอกมะเร็ง การใช้ยาเคมีบำบัด เป็นการใช้ยาเพื่อลดจำนวนเซลล์มะเร็ง  โดยการขัดขวางการแบ่งตัวของเซลล์ หรือการทำลาย DNA ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการแบ่งตัวของเซลล์  จนทำให้เซลล์ตายทันทีหรือเป็นผลทำให้เซลล์มีการตายในเวลาต่อมาในขณะเดียวกัน  ยาเคมีบำบัดนี้  อาจจะทำลายเซลล์ปกติของร่างกาย  เช่น  ผลต่อเซลล์ในระบบทางเดินอาหารทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน  อ่อนเพลีย  เบื่ออาหาร  ผมร่วง  ผิวหนังคล้ำ
 อาการข้างเคียงของยาเคมีบำบัด  จะเกิด ขึ้นในระหว่างที่ท่านได้รับยา  อาจจะรุนแรงมากหรือน้อย  ขึ้นอยู่กับชนิดของยา  และจะหายไปเมื่อหยุดยา อาการรุนแรงจะมากหรือน้อย  ขึ้นอยู่กับชนิดของยา และความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย
 คำแนะนำในการปฏิบัติตัว  และการดูแลตนเองต่อไปนี้  จะช่วยให้ท่านเผชิญกับอาการผิดปกติ  ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดได้
การปฏิบัติตัว เมื่อท่านมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
 อาการคลื่นไส้อาเจียน  จะเกิดขึ้นขณะได้รับยา 1 - 2 วัน  หากท่านวิตกกังวล หรือคาดคะเนไว้ก่อน  อาการคลื่นไส้อาเจียน  อาจจะเกิดมากขึ้นทั้งก่อนได้รับยา และหลังรับยาเคมีบำบัดก็ได้  ท่านควรปฏิบัติตัวดังนี้
1. ทำจิตใจให้สงบ  ผ่อนคลาย ไม่วิตกกังวล ไม่คิดมาก  หรือคาดเดาไว้ล่วงหน้า ด้วยวิธีฟังเพลง  อ่านหนังสือ หรือเดินออกกำลังกายก็ได้
2. สูดลมหายใจยาวๆ ลึกๆ อัดไว้เต็มที่  แล้วค่อย ๆ  ผ่อนออกช้า ๆ จนหมด ทำซ้ำประมาณ 5 - 8  ครั้ง
3. ล้างทำความสะอาดปาก ฟัน  อยู่เสมอ
4. รับประทานอาหารครั้งละน้อย ๆ บ่อยครั้งจิบเครื่องดื่ม เช่น  น้ำส้ม   น้ำขิง   น้ำมะนาว
5. รับประทานอาหารที่อ่อน  ย่อยง่าย  เช่น โจ๊ก  ข้าวต้ม    ก๋วยจั๊บ
6. รับประทานอาหารช้า ๆ เคี้ยวให้ละเอียด
7. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสหวาน หรือมันมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้มากขึ้น
8. อมผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว  น้ำเกลืออุ่น ๆ หรือน้ำแข็งที่ เอาไว้ในปาก  ขณะกำลังรับยาก็ได้
การปฏิบัติตัว  เมื่อท่านมีอาการผมร่วง
อาการผมร่วง  จะเกิดขึ้นชั่วคราวเมื่อได้รับยา  แต่เมื่อหยุดยาแล้ว  ผมจะงอกขึ้นมาใหม่  ภายใน 6 - 8  สัปดาห์เมื่อมีอาการผมร่วง  ท่านควรปฏิบัติตัวดังนี้
1. ดูแลความสะอาดของเส้นผมโดยสระผมด้วยแชมพู เด็กหรือแชมพูที่มีฤทธิ์อ่อน ๆ
2. ใช้หวีซี่ห่าง ๆ ในการหวีผมเบา ๆ อย่ากระตุกหรือหวีผมแรง ๆ
3. ควรตัดผมให้สั้น ไม่ควรดัดหรือโกรกผม
4. ถ้าผมร่วงมาก ให้ใช้วิกผม หรือใช้ผ้าโพกผมแทน ชั่วคราวก็ได้
5. ให้สวมหมวก หรือผ้าโพกผม  ถ้าออกไปกลางแจ้งหรือกลางแดด เพราะท่านจะร้อนกว่าปกติ
การปฏิบัติตัวเมื่อท่านเกิดอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
 อาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ส่วนมากเกิดจาก  มีอาการคลื่นไส้  อาเจียน  ลิ้นแข็งชา  มีรสขมในปาก  ทำให้ไม่อยากรับประทานอาหาร  ท่านควรปฏิบัติตัวดังนี้
1. รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ๆ มีรสเปรี้ยว เล็กน้อย หรือเค็มเล็กน้อย
2. รับประทานอาหารที่มีคุณค่า  มีโปรตีนและกากใยอาหารสูง  โดยรับประทานทีละน้อย  แต่บ่อยครั้ง
3. รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย
4. หากมีแผลในปาก หรือเจ็บปาก ให้นำอาหารมาปรุงรส  และบดรวมกัน ตักกลืนโดยไม่ต้องเคี้ยว จะทำให้ได้สารอาหารครบและเพียงพอต่อร่างกาย
5. พักผ่อนในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ไม่มีสิ่งรบกวน
การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
 ผู้ป่วยได้รับยาเคมีบำบัด  มีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายขึ้นเนื่องจากการสร้างเม็ดเลือดแดง  เม็ดเลือดขาว  และเกล็ดเลือดลง  ท่านควรปฏิบัติตัวดังนี้
1.รักษาความสะอาดของร่างกายอยู่เสมอ
2.บำรุงร่างกาย โดยรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รับประทานครั้งละน้อยแต่บ่อยครั้งประมาณ4 - 5  ครั้งต่อวัน
3.หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับบุคคลที่เป็นโรคติดต่อ  เช่น  หวัด  วัณโรค  ไวรัสตับอักเสบ 
4. หลีกเลี่ยงการอยู่ในชุมชน หรือที่มีการระบาดของเชื้อโรค
5 .ดื่มน้ำมาก ๆ อย่างน้อยวันละ 8 - 10 แก้ว หรือ 3 - 4 ขวดน้ำปลา  เพื่อป้องกันการติดเชื้อของระบบทางเดิน ปัสสาวะ
อาการผิดปกติที่ท่านควรมาพบแพทย์
1. เมื่อท่านเกิดอาการต่าง ๆ ที่กล่าวมารุนแรงมากขึ้น
2. เมื่อเกิดอาการผิดปกติ ดังต่อไปนี้
     - มีไข้ ปวดศีรษะ
     - เจ็บปวดตามที่ต่าง ๆ น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
     - มีอาการชา ตามปลายมือ ปลายเท้า
     - สูญเสียการทรงตัว
     - การขับถ่ายผิดปกติ
3. มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือเลือดออกตามอวัยวะ ต่าง ๆ หรือมีผื่นชนิดต่าง ๆ ขึ้น
4. เมื่อมีปัญหาสงสัยในเรื่องต่าง ๆ เช่น  การใช้ยาขณะรับยาเคมีบำบัด  ควรสอบถามให้แน่ชัด