ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

กองสุขศึกษา

สำนักงานทันตสาธารณสุข

กองควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข

อย.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุข

รัฐบาลไทย

สถิติ

ผู้ชมวันนี้ :

ผู้ชมเมื่อวานนี้ :

ผู้ชมเดือนที่แล้ว :

ผู้ชมทั้งหมด :


ความสำคัญของโรคอ้วน


ความสำคัญของโรคอ้วน
      ปัจจุบันพบว่าเซลไขมัน  ที่มีมากในคนอ้วนมิใช่เป็นเพียงแหล่งเก็บสะสมพลังงานเท่านั้น  แต่ยังพบว่าเป็นเสมือนหนึ่งต่อมไร้ท่อ  ซึ่งปล่อยสารสำคัญหลายชนิดก่อให้เกิดโรคต่าง   ๆ  ในร่างกายขึ้นมากมาย  คนอ้วนที่มีดัชนีมวลกาย ( BMI = Body  Mass  Index )  มากกว่า กก/ม2  จะทำให้มีอัตราตายสูงกว่าคนไม่อ้วนถึงร้อยละ 30 การลดน้ำหนักลงมาเพียงประมาณ 5  - 10  % จากเดิมพบว่าสามารถลดอัตราการตายโดยรวมได้ถึง 20 %
 ทราบได้อย่างไรว่า......เราเป็นโรคอ้วน..
 เกณฑ์การตัดสินโรคอ้วนในผู้ใหญ่อายุมากกว่า  20  ปี
BMI    มากกว่าหรือเท่ากับ    25
WHR    มากกว่า 1.0  ในผู้ชาย
WHR    มากกว่า 0.8  ในผู้หญิง
วิธีการวัด  BMI  และ WHR
 ดัชนีมวลกาย (Body  Mass  Index  :  BMI) คือ น้ำหนักตัว  หน่วยกิโลกรัม  หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง
 WHR (Waist - Over -  Hip Circumference  Ratio) คือ อัตราส่วนรอบเอวต่อเส้นรอบวงตะโพก
ผลร้ายของโรคอ้วน ต่อสุขภาพ แบ่งเป็น 4  กลุ่ม
1. กลุ่มโรคเรื้อรังที่สัมพันธ์ กับโรคอ้วน

* ความด้นโลหิตสูง พบมากขึ้น  3  เท่า ถ้าหากน้ำหนักลด ความดันโลหิตจะลดลงด้วย
* โรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญในเกือบทุก
ประเทศ  ทั่วโลก
* โรคมะเร็งบางชนิดมีความสัมพันธ์กับโรคอ้วนและจะพบมะเร็งเมื่อมีโรคอ้วนเพิ่มขึ้น
* เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี เพิ่มกว่าคนไม่อ้วน 3  - 4  เท่า
2. กลุ่มความผิดปกติของต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม
* โรคเบาหวานเพิ่มขึ้น  2 - 10  เท่า  โดยเพิ่มขึ้นตามความรุนแรงของโรคอ้วน
* ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ
* กลุ่มอาการทางเมตาบอลิสม (Metabolic Syndrome) ประกอบด้วยภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ , ความดันโลหิตสูง, ไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง และไขมันกลุ่มป้องกันหลอดเลือด (HDL) ต่ำ เหล่านี้ทำให้เกิดโรคทางหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น
3. กลุ่มโรคหรือภาวะที่เกิดจากน้ำหนักเกิน
* โรคข้อเสื่อม
* ระดับกรดยูริคในเลือดสูง และมีโอกาสเป็นโรคเก๊าท์มากขึ้น
* โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ  เกิดภาวะการหยุดหายใจเป็นพัก  ๆ   ขณะนอนหลับ (Sleep Apnea Syndrome)  ซึ่งพบได้มากกว่าร้อยละ 10 ในผู้มี BMI  มากกว่า 30  กก/ม2  และพบถึงร้อยละ  44  ในผู้มี BMI  มากกว่า  40  กก/ม2   ผู้ป่วยจะมีออกซิเจนในเลือดต่ำ มีการคั่งของคาร์บอนไดออกไซด์ และมีอาการปวดศีรษะในตอนเช้าอาการง่วงนอนตอนกลางวัน เหนื่อยง่าย อาจมีหัวใจซีกขวาล้มเหลวจนอาจถึงแก่กรรมได้
4. กลุ่มปัญหาทางสังคมและจิตใจที่สัมพันธ์กับโรคอ้วน
 อุปสรรคต่อการสมัครเข้างาน สมัครเข้าศึกษาต่อมีความรู้สึกท้อแท้  มีปมด้อยเวลาเข้าสังคม เกิดปัญหาในการหาเพื่อนสนิทหรือคู่สมรส
วิธีการลดน้ำหนัก
  1. การบำบัดโรคอ้วนด้วยอาหาร
  2. การออกกำลังกาย
  3. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
  4. ยาลดน้ำหนัก
  5. การผ่าตัดรักษาโรคอ้วน