ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

กองสุขศึกษา

สำนักงานทันตสาธารณสุข

กองควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข

อย.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุข

รัฐบาลไทย

สถิติ

ผู้ชมวันนี้ :

ผู้ชมเมื่อวานนี้ :

ผู้ชมเดือนที่แล้ว :

ผู้ชมทั้งหมด :


ความรู้โรคหัวใจกับหลอดเลือด


หัวใจมีหน้าที่สำคัญอย่างไร
       หัวใจประกอบด้วยโพรงกล้ามเนื้อซึ่งแบ่งออกเป็น  4  ห้อง  ลักษณะคล้ายดอกบัวตูม  ขนาดเท่ากำปั้นมือ  มีลิ้นหัวใจอยู่  4  ลิ้น  ทำหน้าที่ปิดเปิดให้เลือดไหลผ่านเข้าออกหัวใจไปในทิศทางเดียว  โดยไม่มีการไหลย้อนกลับ  คนปกติขณะพักผ่อนหัวใจจะบีบตัวประมาณ 60 – 80 ครั้ง / นาที ในผู้ใหญ่ และประมาณ 80 – 100 ครั้ง / นาทีในเด็ก  ขณะออกกำลังกายหัวใจจะบีบตัวเร็วขึ้น  บางครั้งอาจถึง 140 – 160 ครั้ง/นาที กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้โดยอาศัยพลังงานออกซิเจน สารอาหาร  เกลือแร่  และวิตามิน  จากเลือดที่หล่อเลี้ยง  ซึ่งไหลผ่านหลอดเลือดเล็ก ๆ เรียกว่าหลอดเลือดโคโรนารี  ถ้าหลอดเลือดตีบกล้ามเนื้อหัวใจจะขาดเลือดมาเลี้ยงถ้าอุดตันก็ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย  ลิ้นหัวใจทั้ง 4  ลิ้น ต้องปิด และเปิดอย่างสมบูรณ์ ถ้าเปิดไม่เต็มที่เลือดไหลผ่านไม่สะดวกจะเกิดภาวะลิ้นหัวใจตีบ  ถ้าปิดไม่สนิทเลือดจะไหลย้อนทาง เกิดภาวะหัวใจรั่ว...
จะทราบได้อย่างไรว่า...เป็นโรคหัวใจ
       แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจหรือไม่  โดยทราบจากอาการต่าง ๆ  เจ็บหน้าอก  ใจเต้น  ใจสั่น  เป็นลม  หอบ  เหนื่อย และบวม  สิ่งที่พบจากการตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีพิเศษ เช่น  ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ  เอกซเรย์หัวใจ  และปอด  การตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง  การทดสอบสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
โรคหัวใจที่สำคัญแบ่งกันได้ดังนี้
1. โรคหัวใจจากความดันเลือด  ความดันเลือดถ้าสูงผิดปกติอยู่นาน ๆ หัวใจต้องทำงานหนัก และทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้น  ขนาดหัวใจโตขึ้นเกิดภาวะหัวใจวาย  มีอาการเหนื่อยง่าย หอบเมื่อทำงานหนัก  บวมบริเวณเท้า  นอนราบไม่ได้  นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเลี้ยง
2. โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด  เกิดเนื่องจากมีความผิดปกติของการเจริญเติบโตของหัวใจในเด็กที่อยู่ในครรภ์มารดา 3 เดือนแรก  ความพิการที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากการมีรูโหว่ที่ผนังภายในหัวใจ  ลิ้นหัวใจตีบ  หรือรั่ว  หลอดเลือดผิดจากตำแหน่งปกติ
3. โรคหลอดเลือดโคโรนารี หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด  เกิดเนื่องจากมีการอุดตันในหลอดเลือดโคโรนารีที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ  ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อาการที่พบ  จุกแน่น  เสียด  แสบที่บริเวณทรวงอก  เหงื่อออก  เป็นลม ใจสั่นจนถึงเสียชีวิตแบบกะทันหันได้  การเจ็บหน้าอกจากโรคหลอดเลือดโคโรนารี  เรียกว่า  การเจ็บแบบแองจีนา  ถือเป็นวิกฤติที่ต้องเยียวยาโดยด่วน
4. โรคหัวใจรูมาติก พบในเด็กอายุ 7– 15 ปี  เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดเบต้าฮีโมโลติค  สเตร็ปโตคอคคัส  ทำให้เจ็บคออักเสบ มีไข้ขึ้นสูงร่างกายจะสร้างภูมิต้านต่อเชื้อโรคนี้  ถ้าได้รับเชื้อโรคนี้ซ้ำอีก จะเกิดอักเสบที่ข้อเข่า  ข้อศอก  และสมอง  กล้ามเนื้อหัวใจ  เยื่อบุหัวใจถ้าเป็นซ้ำหลาย ๆ ครั้งก็จะเกิดพังผืดขึ้นที่ลิ้นหัวใจจนเปิดไม่เต็มที่และปิดไม่เต็มที่และปิดไม่สนิท ลิ้นหัวใจจะตีบแคบลง  หรือรั่ว
โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเลี้ยง 
• อาการเจ็บหน้าอก  ใจสั่น  เหนื่อยง่ายเมื่อออกกำลังกายบางครั้งเป็นลมหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ บ่งบอกถึงอาการโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด *
สาเหตุและอาการ  เกิดจากการตีบแคบ หรืออุดตันในหลอดเลือดโคโรนารี ที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ  ทำให้หัวใจขาดเลือดจึงเกิดอาการต่าง ๆ เช่น จุกแน่น เสียดแสบบริเวณทรวงอก  อาจแผ่กระจายไปที่แขน ลำคอ  ขากรรไกร  กราม  หากเป็นมากจะอ่อนเพลีย  เหงื่อออกจนถึงเสียชีวิตแบบเฉียบพลัน  ถ้าท่านเจ็บหน้าอกและมีอาการร่วมอื่น ๆ ดังกล่าวข้างต้น  และหรือเจ็บนานเกิน  15 – 20  นาที  ควรรีบไปโรงพยาบาลโดยเร่งด่วนเพื่อรับการรักษาได้ทันท่วงที
ปัจจัยเสี่ยง  โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเลี้ยง  มักเกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการ  เช่น โรคความดันโลหิตสูง , ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่, โรคเบาหวาน,ความอ้วน,ความเครียด,การไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ,ผู้ชายอายุ  40  ขึ้นไป  หรือหญิงอายุ  50 ปีขึ้นไป  หรือวัยหมดประจำเดือนผู้มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ...
การรักษา
   หลังได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้  การรักษานอกจากการให้ยารับประทานแล้ว  แพทย์จะแนะนำวิธีการปฏิบัติและนัดให้มาตรวจในระยะเวลาที่เหมาะสม  และแนะนำในการปฏิบัติตนเพื่อการรักษาสุขภาพ และเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจ  ได้แก่...
• งดสูบบุหรี่,งดรับประทานอาหารที่มีไขมัน,ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ,ลดความเครียด,พักผ่อนให้เพียงพอ,ควบคุมน้ำหนักตัว,ความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ,รับประทานยาตามที่แพทย์แนะนำอย่างต่อเนื่อง
 ในการพบแพทย์แต่ละครั้ง  แพทย์อาจจะให้คำแนะนำในการเพิ่มหรือ ลดขนาดยาตามความเหมาะสม  หากรับประทานยาแล้วไม่ดีขึ้น  หรืออาการของโรคทรุดลง  แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดสารทึบรังสีหลอดเลือดหัวใจ  เพื่อตรวจสอบหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เช่น ขยายหลอดเลือดที่ตีบตันด้วยบอลลูน  หรือการผ่าตัด  เพื่อให้หลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจมากขึ้น
ความอ้วนกับโรคหัวใจ
     ความอ้วนคืออะไร ความอ้วนไม่ใช่เพียงแต่การมีน้ำหนักเกินปกติเท่านั้น  ยังแสดงถึงการที่มีภาวะการสะสมไขมันที่มากเกินความต้องการของร่างกายเมื่อเปรียบเทียบกับมวลกล้ามเนื้อ  กระดูก  และของเหลวในร่างกาย  ความอ้วนก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพ  ซึ่งมักเกิดจากการขาดการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารมากเกินไป
ความอ้วนกับโรคหัวใจ
 ความอ้วนแสดงถึงภาวะสุขภาพที่ไม่ดี  เพิ่มการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองในผู้ใหญ่  น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะเพิ่มภาระให้กับหัวใจ และอาจนำไปสู่โรคเบาหวาน  ความดันโลหิตสูงและระดับคลอเรสเตอรอลในเลือดสูง
การลดน้ำหนัก
 สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนเริ่มทำการลดน้ำหนัก คือ  สิ่งที่คุณเปลี่ยนเพื่อลดน้ำหนักต้องเป็นสิ่งที่เป็นส่วนหนี่งของชีวิต
ประจำวันของคุณ อาหารลดน้ำหนักที่โฆษณายาลดน้ำหนัก  ยาระบาย ยาขับปัสสาวะล้วนแล้วแต่เป็นผลชั่วคราวระยะสั้น  และก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของคุณเอง  ควรเปลี่ยนมาใช้วิธีเลือกอาหารที่มีคุณค่า และออกกำลังกายจะช่วยลดน้ำหนักได้ผลดีกว่าคุณต้องใช้พลังงาน 3,500  แคลอรี่ ในการลดน้ำหนักตัวลง 1 ปอนด์ ควรใช้วิธีออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการลดปริมาณแคลอรี่  โดยการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ ใน 1 สัปดาห์ควรลดน้ำหนักได้ตามนี้   โดยการรับประทานอาหารวันละ 1,200 -1,500  แคลอรี่ และ 1,500 -1,800  แคลอรี่ในผู้ชาย..
 ควรเลือกรับประทานอาหารที่ประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีนพอประมาณ  และรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย  ร่วมกับการรับประทานอาหารในลักษณะดังต่อไปนี้...
 รับประทานอาหารปริมาณน้อยลง และไม่เพิ่ม  รับประทานอาหารช้า ๆ  หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เลือกรับประทานผลไม้ ผัก ปลา  เนื้อเป็ด  ไก่  เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน   นม  หรือ ผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันต่ำ หรือไม่มีไขมัน  หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด  ลดอาหารประเภททอดควรใช้วิธีการ  อบ  ปิ้ง  ย่าง  หรือ  ต้มแทน...
 การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนลดน้ำหนักเพราะจะช่วยเผาผลาญแคลอรี่และกำจัดน้ำหนักส่วนเกิน  ออกกำลังกายแบบแอโรบิค   (เดินเร็ว  วิ่ง  ขี่จักรยาน)  เป็นเวลา 30  นาที  อย่างน้อย  3 วัน / สัปดาห์  จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักลงได้
การสูบบุหรี่กับโรคหัวใจ
    การสูบบุหรี่ นับว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจที่เราสามารถป้องกันได้แต่ก็ยังมีประชากรเป็นจำนวนมากที่เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่  ทำให้หลอดเลือดตีบแคบลงและเพิ่มการก่อตัวของสารไขมันไปเกาะที่ผนังเส้นเลือดด้านในมากขึ้น ทำให้เกิดหลอดเลือดแข็งตัว  ซึ่งจะลดปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ  ของร่างกายนำไปสู่ภาวะหัวใจและสมองขาดเลือด
จะเลิกบุหรี่ได้อย่างไร
- การลดความเครียด
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- กำลังใจจากคนรอบข้างในสังคมเป็นส่วนสำคัญในแผนการงดสูบบุหรี่ทุกขั้นตอน  การดูแลตนเองเป็นวิธีช่วยเลิกบุหรี่ได้ผลดีที่สุด....แต่พึงระลึกไว้ว่าวิธีหนึ่งที่ได้ผลกับคนหนึ่ง  อาจใช้ไม่ได้กับคนอีกคนหนึ่งดังนั้นคุณควรเลือกวิธีที่รู้สึกว่าดีที่สุดสำหรับคุณ