ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

กองสุขศึกษา

สำนักงานทันตสาธารณสุข

กองควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข

อย.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุข

รัฐบาลไทย

สถิติ

ผู้ชมวันนี้ :

ผู้ชมเมื่อวานนี้ :

ผู้ชมเดือนที่แล้ว :

ผู้ชมทั้งหมด :


กินอย่างไรจึงจะให้ปลอดภัยจากโรคทางเดินอาหาร


 กินอย่างไรจึงจะให้ปลอดภัยจากโรคทางเดินอาหาร

1.เลือกซื้อและบริโภคอาหารที่ปลอดภัย
 ควรเลือกซื้ออาหารที่ผลิตหรือจำหน่ายจากแหล่งผลิตที่สะอาด ปลอดภัย  เช่น  อาหารปรุงสุกไม่วางจำหน่ายบนพื้น  อาหารปรุงสุกต้องมีการปกปิด เก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม  และอ่านฉลากทุกครั้ง ก่อนซื้ออาหารที่อยู่ในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท  เป็นต้น
2. ปรุงอาหารด้วยความร้อนให้สุกอย่างทั่วถึง
 อาหารดิบ เช่น  เนื้อหมู  เนื้อวัว  เนื้อไก่  ไข่  และอาหารทะเล  เป็นต้น  มักมีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่เมื่อนำอาหารดิบมาปรุง  ต้องใช้ความร้อนที่สูงอย่างน้อย  70 องศาเซลเซียส เพื่อทำให้อาหารสุกทั่วถึงทุกส่วน  ไม่ปรุงอาหารแบบสุก ๆ ดิบ ๆ
3. รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่
 อาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อนแล้ว  หากปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นลง  เชื้อโรคที่หลงเหลือ  หรือปนเปื้อนซ้ำในอาหาร  จะสามารถเจริญเติบโตในอาหารได้อีก  ยิ่งทิ้งไว้นานเท่าใดก็มีโอกาสเสี่ยงที่เชื้อโรคจะเจริญเติบโตได้มากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคจึงควรรับประทานทันที หลัง จากปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนแล้ว
4. เก็บอาหารปรุงสุกอย่างเหมาะสม
 หากต้องการเก็บอาหารที่ปรุงสุกแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เตรียมไว้ล่วงหน้า  หรืออาหารเหลือจากการบริโภคไว้นานเกินกว่า 4 - 5  ชั่วโมง  สามารถทำได้ 2  วิธี  คือ  เก็บในที่ร้อนซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่าหรือเท่ากับ 60 องศาเซลเซียส  เช่น  การอุ่นบนเตาไฟ  การแช่ในอ่างน้ำร้อน  เป็นต้น  หรือเก็บในที่เย็นที่มีอุณหภูมิ ต่ำกว่า  5  องศาเซลเซียส และไม่ควรเก็บอาหารปริมาณมาก ๆ ในภาชนะขนาดใหญ่    ควรแบ่งใส่ภาชนะกว้างและตื้น  เพื่อให้ความเย็นกระจายซึมผ่านได้ทั่วถึง  และต้องนำมาอุ่นให้ร้อนอย่างทั่วถึงก่อนบริโภค    สำหรับอาหารทารกไม่ควรเตรียมไว้ล่วงหน้าหรือเก็บไว้เป็นเวลานาน  เมื่อปรุงสุกแล้วควรนำไปบริโภคทันที
5. อุ่นอาหารที่ปรุงสุกแล้วอย่างทั่วถึง
 การอุ่นอาหารที่ปรุงสุกแล้วให้ร้อนอย่างทั่วถึงเป็นวิธีการสำคัญในการป้องกันเชื้อโรค  ซึ่งอาจเจริญเติบโตได้ในขณะที่เก็บอาหารไว้ที่อุณหภูมิห้องปกติ หรือที่อุณหภูมิต่ำ ฉะนั้นก่อนนำอาหารที่เก็บไว้มาบริโภค   จึงต้องอุ่นอาหารด้วยความร้อน    ให้ทุกส่วนของอาหารมีอุณหภูมิอย่างน้อย  70  องศาเซลเซียส และควรบริโภคทันทีที่อาหารยังร้อนอยู่
6. หลีกเลี่ยงไม่ให้อาหารดิบสัมผัสกับอาหารที่ปรุงสุกแล้ว
 อาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อนแล้ว  ต้องมีการป้องกันไม่ให้ได้รับการปนเปื้อนจากเชื้อโรคอีก  โดยเฉพาะเชื้อโรคจากอาหารดิบดังนั้นจะต้องระมัดระวัง  ไม่ให้เกิดการปนเปื้อนเข้ามาระหว่างอาหาร ดิบ และอาหารปรุงสุก  เช่น  ไม่นำมีดและเขียงที่ใช้หั่นอาหารดิบแล้วมาหั่นอาหารปรุงสุกโดยไม่ได้ล้างทำความสะอาดก่อน  เป็นต้น  สิ่งที่ดีที่สุดควรแยกใช้ เขียง  มีด  หรือภาชนะอุปกรณ์อื่นต่างหาก ระหว่างอาหารดิบและอาหารสุก
7. ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนเตรียม หรือปรุงอาหาร
 ผู้ที่มีหน้าที่เตรียม หรือปรุงอาหารต้องล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนทำอาหาร หลังหยิบจับอาหารดิบ  ธนบัตร  สัมผัสสัตว์เลี้ยง หรือสิ่งสกปรกอื่น  เช่น  ขยะ  เศษอาหาร   เป็นต้น   และหลังใช้ห้องน้ำห้องส้วม    เนื่องจากเชื้อโรคจากสิ่งเหล่านี้อาจปนเปื้อนลงสู่อาหารได้
8. รักษาความสะอาดของห้องครัวอยู่เสมอ
 เนื่องจากอาหารอาจถูกปนเปื้อนได้ง่าย  จากเชื้อโรคที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมทั่วไป  ดังนั้น เราจึงต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคบริเวณโต๊ะที่ใช้เตรียมปรุงอาหาร เตาหุงต้มอาหาร พื้น  ผนัง  เพดาน ของห้องครัวให้สะอาดอยู่เสมอ  ผ้าเช็ดทำความสะอาดต้องแยกใช้เฉพาะ
แต่ละบริเวณ เช่น  ผ้าที่ใช้เช็ดโต๊ะต้องแยกจากผ้าที่ใช้เช็ดพื้น  เป็นต้น  และต้องซักทำความสะอาดบ่อย ๆ
9. มีน้ำใช้ที่สะอาด
 น้ำที่ใช้ในการเตรียม  ปรุงอาหาร  ต้องเป็นน้ำที่สะอาดมีคุณภาพเช่นเดียว   กับน้ำดื่มโดยเฉพาะน้ำที่จะนำมาเตรียมอาหารทารก  หากไม่แน่ใจในคุณภาพของน้ำ  ต้องต้มก่อนจะนำไปปรุงอาหาร หรือทำน้ำแข็ง
10. มีการป้องกันอาหารให้ปลอดภัยจากสัตว์ แมลงนำโรคต่าง ๆ
 สัตว์  แมลงนำโรค  เป็นพาหะที่สำคัญในการนำเชื้อโรคมาสู่อาหาร และทำให้เกิดโรคที่เกิดจากอาหารเป็นสื่อ  ดังนั้นจะต้องมีการป้องกันอาหารจากสัตว์  แมลงนำโรค  โดยการเก็บอาหารในภาชนะที่มีการปกปิดมิดชิดเพื่อไม่ให้สัตว์  แมลงนำโรค  สัมผัสอาหารและนำเชื้อโรคมาสู่ผู้บริโภค